Subscribe:

Labels

[Ribs] by Lorde (Artist) Lyrics & Videos with Thai Translation เนื้อเพลง แปลเพลง

English Lyrics
เนื้อเพลงภาษาไทย
The drink you spilt all over me เครื่องดื่มที่คุณราดรดใส่ฉัน
"Lover's Spit" left on repeat อัลบั้ม "Lover's Spit" ถูกขอฟังน้อยลง 
My mom and dad let me stay home ทั้งแม่พ่อก็ต้องการให้ฉันอยู่กับบ้าน
It drives you crazy getting old นี่มันคงจะทำให้คุณบ้าและเริ่มแก่ตัวเร็ว
## ##
We can talk it so good เราสามารถพูดคุยเข้ากันได้ดี
We can make it so divine เราสามารถทำให้มันเป็นดังจินตนาการได้
We can talk it good, how you wish you would be all the time เราพูดคุยกันอย่างออกรสถึงเรื่องที่คุณชอบได้ตลอดเวล
## ##
The drink you spilt all over me เครื่องดื่มที่คุณทำหกราดใส่ฉัน
"Lover's Spit" left on repeat อัลบั้ม "Lover's Spit" ถูกขอฟังน้อยลง
My mom and dad let me stay home แม่พ่อก็อยากให้ฉันอยู่แต่ในบ้าน
It drives you crazy getting old มันทำให้คุณบ้าและแก่ตัวได้เลยล่ะ
## ##
The drink you spilt all over me เครื่องดื่มที่คุณทำหกใส่ฉัน
"Lover's Spit" left on repeat อัลบั้ม "Lover's Spit" ถูกขอฟังน้อยลง
My mom and dad let me stay home แม่และพ่อสั่งให้ฉันอยู่บ้าน
It drives you crazy getting old มันทำให้คุณนั้นบ้าและชราก่อนวัย
## ##
This dream isn't feeling sweet ความฝันนี้ช่างไม่หวานเอาซะเลย
We're reeling through the midnight streets เราเคว้งอยู่ท่ามกลางถนนยามราตรี
And I've never felt more alone และฉันก็ไม่เคยรู้สึกเหงามาก่อน
It feels so scary getting old มันเป็นความรู้สึกที่น่ากลัวที่ต้องเติบใหญ่และแก่ตัวลง
## ##
We can talk it so good เราสามารถพูดคุยเข้ากันได้ดี
We can make it so divine เราทำให้ฝันเป็นไปได้
We can talk it good, how you wish you would be all the time พูดคุยกันถึงสิ่งที่คุณชอบได้เป็นวันๆ
## ##
This dream isn't feeling sweet ฝันนี้ช่างไม่มีความหวานเอาซะเลย
We're reeling through the midnight streets เราเคว้งอยู่ท่ามกลางถนนยามราตรี
And I've never felt more alone และฉันไม่เคยรู้สึกเหงาอย่างนี้มาก่อน
Feels so scary getting old เริ่มรู้สึกกลัวความแก่แล้วล่ะสิ
## ##
This dream isn't feeling sweet ความฝันนี้ช่างไม่มีความหวานเอาซะเลย
We're reeling through the midnight streets เราเคว้งคว้างอยู่บนถนนยามค่ำคืน
And I've never felt more alone และฉันไม่เคยรู้สึกเหงาอย่างนี้เลย
Feels so scary getting old รู้สึกกลัวที่จะต้องเติบโตและแก่ตัวไป
## ##
I want them back (I want them back) ฉันอยากกลับไปเหมือนเดิม (ฉันต้องการให้มันกลับไปเหมือนเดิม)
The minds we had (the minds we had) จิตใจของเราที่เคยเป็น (จิตใจที่พวกเราที่มีแต่ก่อน)
Our thoughts (our thoughts) ความคิดของเรา (ความคิดของเราในครั้งเป็นเด็ก)
Move 'round their heads (move 'round their heads) หมุนอยู่รอบๆหัว (อยู่รอบๆหัวเรา)
## ##
I want them back (I want them back) ฉันอยากกลับไปเหมือนเดิม (ฉันต้องการให้มันกลับไปเหมือนเดิม )
The minds we had (the minds we had) จิตใจของเราที่มี (จิตใจของพวกเราตอนนั้น )
It's not enough to feel the lack (I want them back, I want them back) แค่รู้สึกมันยังไม่พอ (ฉันต้องการให้มันกลับไปเหมือนเดิม, ฉันอยากให้มันกลับไปเหมือนเดิม )
I want it! ฉันต้องการมัน!
## ##
You're the only friend I need (you're the only friend I need) คุณคือเพื่อนคนเดียวที่ฉันต้องการ (เพื่อนเพียงคนเดียวที่ฉันต้องการ)
Sharing beds like little kids (sharing beds like little kids) ร่วมเตียงเดียวกันเช่นตอนเด็กๆ (นอนเตียงเดียวกันเหมือนเด็กเล็กๆ)
We'll laugh until our ribs get tough (we'll laugh until our ribs get tough) เราจะหัวเราะซะให้งอกลิ้งงอหงาย (จะหัวเราะซะให้กลิ้ง)
But that will never be enough (but that will never be enough) นั่นก็ยังไม่พอ (มันยังไม่พอ)
## ##
You're the only friend I need (you're the only friend I need) คุณเป็นเพื่อนคนเดียวที่ฉันต้องการ (เพื่อนเพียงคนเดียวที่ฉันต้องการ)
Sharing beds like little kids (sharing beds like little kids) แบ่งเตียงกันนอนเหมือนตอนเป็นเด็ก (เตียงเดียวกันเหมือนตอนเป็นเด็ก)
We'll laugh until our ribs get tough (We'll laugh until our ribs get tough) หัวเราะกันซะให้ท้องแข็ง (หัวเราะเล่นกันซะจนให้ท้องแข็ง)
But that will never be enough (but that will never be enough) แต่มันก็ยังไม่พอ(นั่นมันก็ยังไม่พอ)
## ##
That will never be enough กระนั้นก็ยังไม่พอ
That will never be enough ยัง ยัง ไม่พอ
That will never be enough แค่นั้นยังไม่พอ
That will never be enough มันยังไม่พอ
That will never be enough ยังไม่พอ





Click to listen more songs:

2 comments:

Anonymous said...

เริ่มต้นประโยคของเพลงนี้ดูแล้วงงๆนะ

แต่ท่อนท้ายๆค่อยเหมือนประโยคร้อยแก้วขึ้นมาหน่อย

Anonymous said...

บางที่ท่านต้องหาประวัติเรื่องราวแต่ก่อนมาประกอบด้วยถึงจะเข้าใจความหมายของเพลงนั้นๆที่ท่านแปลหรือฟังมันน่ะครับ

Post a Comment

Thanks for your comment(s). It will be shown after approval.

Google+ Followers